วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เรื่องน่ารู้ของน้ำซุปในก๋วยเตี๋ยวเรือ

“ก๋วยเตี๋ยวเรือ” เมนูชามน้ำซดคล่องคอที่ถือว่าเป็นเมนูประจำมื้ออาหารของหลายๆ คน ที่มีทีเด็ดจากความหวาน หอม และกลมกล่อมของน้ำซุป
แล้วทราบกันหรือไม่ว่าเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีน้ำซุปแสนอร่อยนี้เหตุใดจึงอร่อย? เพราะเมื่อเราต้มน้ำซุปเป็นเวลานาน ความร้อนจะทำให้โปรตีนในกระดูกเริ่มเสียสภาพ โดยไปทำลายพันธะไฮโดรเจนของโปรตีน จากเดิมที่มีโครงสร้างซับซ้อนให้คลายตัวออกจนมีรูปร่างเป็นสายยาว เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลต่อพันธะเพปไทด์ระหว่างกรดอะมิโนทำให้กรดอะมิโนหลายชนิดถูกปลดปล่อยออกมาบางส่วน โดยหนึ่งในนั้นคือ “กรดกลูตามิก” ที่เป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจาก กรดกลูตามิกสามารถจับตัวกับต่อมรับรสบนลิ้น เกิดรสชาติอูมามิทำให้เราสัมผัสได้ถึงรสอร่อยกลมกล่อมนั่นเอง นอกจากนี้น้ำซุปยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกายอีกหลายชนิด เช่น กรดอะมิโนไกลซีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างง่ายดาย ช่วยในการย่อยและควบคุมการทำงานของกรดน้ำดี และยังมีกรดอะมิโนโพรลีนที่ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี เพิ่มประสิทธิภาพการโอบอุ้มน้ำให้แก่เซลล์และรักษาความยืดหยุ่นของผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีบาดแผลยากต่อการรักษา และน้ำซุปยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม อีกด้วย


ฉะนั้นนอกจากความอร่อยแล้ว น้ำซุปยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกไม่ใช่น้อย คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เมนูก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นอะไรที่หลายคนนิยมรับประทานกัน ซึ่งใครที่ยังไม่รู้ว่าจะหาร้านก๋วยเตี๋ยวที่อร่อย สะอาด แถมยังถูกมากๆ อีกด้วย เราก็ของแนะนำร้านนี้เลยคะ “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ใกล้ๆ บิ๊กซีอุบลฯ ตรงข้ามศูนย์โทรศัพท์ Vivo ลองไปทานกันดูนะคะ อิ่มท้องแถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย👏🏻👏🏻👏🏻

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

น้ำกระเจี๊ยบเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรคลายร้อนชั้นดี



เมื่อพูดถึงน้ำกระเจี๊ยบ แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอย่างแน่นอน เพราะน้ำกระเจี๊ยบเป็นเครื่องดื่มคลายร้อนที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล น้ำกระเจี๊ยบที่ได้จะมีรสชาติอมหวานอมเปรี้ยว ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ทั้งยังมีประโยชน์อีกมากมาย ที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาดเด็ดขาด


1.ป้องกันและรักษาไตพิการ
น้ำกระเจี๊ยบมีส่วนช่วยในการป้องกันและรักษาอาการของโรคไตพิการ รวมถึงช่วยป้องกันภาวะไตวายในคนที่มีปัญหาไตผิดปกติด้วย ซึ่งน้ำกระเจี๊ยบจะทำหน้าที่ในการขับเอาสารพิษในไตออกมาในรูปของปัสสาวะ พร้อมกระตุ้นให้ไตมีการทำงานที่ปกติมากขึ้น
2.บรรเทาอาการไข้
ในคนที่มีอาการไข้ การดื่มน้ำกระเจี๊ยบก็ช่วยบรรเทาและลดไข้ได้เป็นอย่างดี โดยสรรพคุณของกระเจี๊ยบจะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับที่สมดุล พร้อมกำจัดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย
3.ละลายไขมันในเส้นเลือด
น้ำกระเจี๊ยบมีส่วนช่วยในการละลายไขมันในเส้นเลือด ลดคอเลสเตอรอล บรรเทาและป้องกันโรคเบาหวาน ทั้งยังช่วยควบคุมระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ
4.แก้อาการคอแห้ง ดับกระหาย
น้ำกระเจี๊ยบสามารถแก้อาการคอแห้งและดับกระหายได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำกระเจี๊ยบมีรสชาติหวานๆเปรี้ยวๆ ให้ความรู้สึกชุ่มคอ ดื่มแล้วสดชื่นสบายใจ จึงเป็นเมนูเครื่องดื่มที่หลายคนนิยมทำเพื่อบริการในการประชุมหรือการนัดทำกิจกรรมต่างๆ
5.ป้องกันโรคมะเร็ง
ไม่อยากเป็นมะเร็ง แค่ดื่มน้ำกระเจี๊ยบบ่อยๆ เป็นประจำ ก็สามารถป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำกระเจี๊ยบมีสารแอนโทไซยานินและสารโพลีฟีนอล ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์ผิดปกติ และช่วยสลายเซลล์มะเร็งในระยะแรก
6.ช่วยชะลอความแก่และต่อต้านอนุมูลอิสระ
การดื่มน้ำกระเจี๊ยบสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอความแก่ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งในคนที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำจากการโดนแดดเผา
7.ช่วยให้ระบบขับถ่าย ทำงานได้ดีขึ้น
สำหรับใครที่มีปัญหาอุจจาระแข็ง ท้องผูกหรือมีปัญหาการขับถ่ายบ่อยๆ การดื่มน้ำกระเจี๊ยบก็ช่วยได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะกระเจี๊ยบมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงสามารถแก้ปัญหาอาการท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เครื่องดื่มสมุนไพรอย่างน้ำมะตูมต้านโรคร้ายจริงหรือ…?


เครื่องดื่ม

มะตูม ผลไม้ที่มักนำมาคั้นเป็นเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นและทำเป็นเมนูกินเล่นอย่างมะตูมเชื่อมหรือเค้กมะตูม เชื่อกันว่ามีสรรพคุณทางยาตามตำรับยาอายุรเวท ผู้คนจึงนิยมนำผลและส่วนต่างๆ ของต้นมะตูมมาใช้รักษาปัญหาสุขภาพบางประการด้วย เช่น เป็นยาระบาย ลดไข้ หรือขับเสมหะ บรรเทาอาการท้องร่วง ปวดท้อง และแก้โรคบิด

บรรเทาอาการท้องเสีย
มีการนำมะตูมมาใช้บรรเทาอาการท้องเสียตามคำกล่าวอ้างสรรพคุณในตำรับยาอายุรเวทอย่างแพร่ หลาย ทั้งยังปรากฏผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นที่สอดคล้องกับความเชื่อนี้ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งทดลองนำผลมะตูมแห้งไม่ปอกเปลือกต้มในน้ำร้อน แล้วใช้น้ำที่ได้หยดลงในเซลล์ที่มีเชื้ออีโคไลอันเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ผลพบว่าสารสกัดจากผลมะตูมมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อดังกล่าวได้

รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
เชื่อกันว่าผลมะตูมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร งานวิจัยชิ้นหนึ่ง พิสูจคุณสมบัติด้านนี้โดยทดลองให้หนูที่ป่วยเป็นโรคนี้จากการติดเชื้อเอชไพโลไรกินสารสกัดจากมะตูมสดแล้ววัดผล ผลปรากฏว่าแผลในกระเพาะอาหารของหนูลดลงเทียบเท่ากับการใช้ยารักษาแผลในกระเพาะอาหารอย่างซูคราลเฟต จึงอาจกล่าวได้ว่าผลมะตูมสดมีประโยชน์ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไร โดยช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

รักษาเบาหวาน
คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามะตูมมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน ประเด็นนี้ถูกนำไป ศึกษากับหนูทดลองที่ป่วยเป็นโรคนี้ ผลพบว่าหนูที่ได้กินสารสกัดจากเปลือกมะตูมเป็นเวลา 28 วัน มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ สารสกัดมะตูมยังช่วยเพิ่มระดับอินซูลินและควบคุมไขมันในเลือด มะตูมจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานได้

ป้องกันโรคมะเร็ง
เชื่อกันว่ามะตูมมีสรรพคุณในการรักษาโรคมะเร็งต่างๆ ซึ่งจากการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่าการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นชี้ให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของมะตูมในการต้านเซลล์มะเร็งและป้องกันสารเคมรบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออาการของโรค ดังปรากฎในการศึกษากับเซลล์มะเร็งบางชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งระบบประสาทนิวโรบลาสโตมา

เครื่องดื่มสมุนไพร

จะเห็นว่าข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมา ก็เป็นความรู้ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สรรพคุณของน้ำมะตูมมากขึ้น แต่ถ้าพูดถึงน้ำมะตูมที่มีสรรพคุณครบถ้วนขนาดนี้ทุกคนคงอยากลองชิมกันแล้วใช่ไหมล่ะ แนะนำที่ร้านนี้เลย “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวที่มีรสชาติเข้มข้น อร่อย ถึงใจ และยังมีเครื่องดื่มที่เรากล่าวไป นั้นก็คือ... “น้ำมะตูม” บอกเลยว่าเด็ดสุดในจังหวัดอุบลราชธานี

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่แห้งหมู ทำไม… ? ถึงจัดเป็นอาหารฟาสต์ฟู้ด

ก๋วยเตี๋ยวจัดเป็นอาหารที่กินอร่อย กินได้ไม่เบื่อ สั่งแล้วได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นอาหารฟาสต์ฟู้ด ยอดนิยมระดับแนวหน้าของไทย ไม่น้อยหน้าฟาสต์ฟู้ดของต่างประเทศ เลย ทั้งยังมีขายทั่วไปเกือบทุก ตรอกซอกซอยทั่วประเทศไทยก็ว่าได้ จริงๆแล้วส่วนประกอบในก๋วยเตี๋ยว จัดว่าเรียบง่าย ที่จะนำเสนอวันนี้ คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่แห้งหมู ซึ่งประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ ผักบุ้ง เนื้อหมู ลูกชิ้นหมูหรือลูกชิ้นเนื้อ ต้นหอม ผักชี กระเทียมเจียว


คุณค่าทางโภชนาการล่ะเป็นอย่างไร
บอกได้เลยว่าเส้นหมี่แห้งหมูนี้ให้พลังงานและไขมันค่อนข้างมาก ใน 1 ชาม ปริมาณอาหารเพียง 235 กรัม หรือประมาณ 2 ขีดครึ่ง ซึ่งเป็นปริมาณไม่มากนัก ให้พลังงาน 530 กิโลแคลอรีและเป็นพลังงานมาจากไขมันเสียเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว ซึ่งคิดเป็นปริมาณไขมันถึง 28.6 กรัม คิดเป็นร้อยละ 44 ของปริมาณไขมันที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน ไขมันที่มากนี้มาจากน้ำมันกระเทียมเจียวที่ใส่เพื่อทำเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้ง ซึ่งถ้ากินเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำจะใส่น้อยกว่านี้
ส่วนปริมาณโปรตีนมีอยู่ 19.4 กรัมนั้น คิดเป็นร้อยละ 39 ของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคประจำวันก็คิดว่าเป็นอาหารที่มี โปรตีนสูง ดังนั้นเส้นเล็กแห้งหมู จึงเป็นอาหารที่มีพลังงานไขมันและโปรตีนสูง การกินเป็นอาหารมื้อกลางวันควรกินเพียง 1 ชาม แล้วตามด้วยผลไม้สดจะทำให้ได้รับใยอาหารเพิ่มขึ้น ถ้าผู้ที่ใช้แรงงานมากในการทำงานจะกิน 2 ชาม ควรกินเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำจะดีกว่า เพราะมีพลังงานและไขมันน้อยกว่าและท่านก็จะไม่เลี่ยนอีกด้วย

ก๋วยเตี๋ยวเรือ..เป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารครบ 5หมู่จริงหรือไม่…?



ก๋วยเตี๋ยวเรือ จัดเป็นอาหารจานด่วน ที่นอกจากจะรวดเร็ว รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง ยังให้คุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่ เพราะ ประกอบไปด้วย เส้น เนื้อสัตว์ ผัก เครื่องเทศ สมุนไพร เครื่องปรุง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว ให้ประโยชน์ต่อร่างกายครบครันอย่างน่าทึ่งเลยทีเดียวคะ

1. คาร์โบไฮเดรท

ก๋วยเตี๋ยวเรือ..อาหารจานด่วนที่ให้คุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่1

👉🏻มาจากเส้นซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของก๋วยเตี๋ยว ไม่ว่าจะเป็นเส้นเล็ก ใหญ่ หมี่ บะหมี่ คาร์โบไฮเดรทให้พลังงาน ทำให้มีพลังในการทำงานในแต่ละมื้อของวัน หากต้องการพลังงานมาก ต้องเบิ้ล 2 ชามเลยคะ แนะนำ รับรองอิ่ม พลังเพียบ

2. โปรตีน

ก๋วยเตี๋ยวเรือ..อาหารจานด่วนที่ให้คุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่2

👉🏻มาจากเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักของก๋วยเตี๋ยว เช่น โปรตีนจากเนื้อหมูสด/หมูตุ๋น หากรับประทานก๋วยเตี๋ยวหมู โปรตีนจากเนื้อวัว/เนื้อตุ๋น หากรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หรือ จากไก่ หากรับประทานก๋วยเตี๋ยวไก่ เป็นต้น โปรตีน ที่ได้จากเนื้อสัตว์ในก๋วยเตี๋ยว จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และทำให้อิ่มทนด้วยครับ

3. วิตามินต่างๆ

ก๋วยเตี๋ยวเรือ..อาหารจานด่วนที่ให้คุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่3

👉🏻ร่างกายต้องการวิตามินไม่มากนัก แต่ก็ขาดไม่ได้ เพราะถ้าขาดก็จะทำให้ร่างกายแสดงอาการผิดปกติออกมาให้เห็นได้ เช่น ขาดวิตามินซีจะเป็นหวัดง่าย ขาดวิตามินบีจะเป็นโรคเหน็บชา เป็นต้น วิตามินที่ได้จากก๋วยเตี๋ยว ได้จากเส้นคือ วิตามินบี ส่วนผักสดให้วิตามินซี และอื่นๆ มากมาย รับประทานก๋วยเตี๋ยวแล้วได้วิตามินไม่ขาดแน่นอน รับประทานก๋วยเตี๋ยวได้ทุกวันไม่รู้เบื่อกันเลยทีเดียว

4. เกลือแร่ต่างๆ

ก๋วยเตี๋ยวเรือ..อาหารจานด่วนที่ให้คุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่4

👉🏻ร่างกายต้องการเกลือแร่ในปริมาณไม่มากนัก เช่นเดียวกับวิตามิน และร่างกายขาดเกลือแร่ไม่ได้เช่นกัน เพราะเกลือแร่จะช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยเรื่องระบบประสาทและควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ เป็นต้น ดังนั้น รับประทานก่วยเตี๋ยวเถอะคะ รับรองไม่ขาดเกลือแร่แน่นอนครับ เพราะในก๋วยเตี๋ยวจะมีแหล่งเกลือแร่จาก ผัก เครื่องปรุง เครื่องเทศ เป็นต้น

5. ไขมัน

ก๋วยเตี๋ยวเรือ..อาหารจานด่วนที่ให้คุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่5

👉🏻ในก๋วยเตี๋ยวมีไขมันไม่มากนัก แต่ก็จัดเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ น้ำมันกระเทียมเจียว แคบหมู นั่นเอง ซึ่งน้ำมันกระเทียมเจียวกับก๋วยเตี่ยวนั้นขาดไม่กันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะจะทำให้ก๋วยเตี๋ยวมีรสชาดหอมอร่อย นอกจากนั้น รับระทานก๋วยเตี๋ยวก็ยังได้รับไขมันบางส่วนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อสด/ตุ๋น หมูตุ๋น ไก่ เป็นต้น

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เครื่องดื่มสมุนไพรอย่างน้ำเก๊กฮวยช่วยดับกระหาย


เก๊กฮวย

อากาศร้อนๆ แบบนี้ถ้าได้เครื่องดื่มหวานๆ เย็นๆ สักแก้วคงดี แต่ถ้าอยากจะได้สุขภาพดีด้วย ดับกระหายด้วยก็ไม่ควรเลือกดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน ลองมองหา “เก๊กฮวย” เย็นๆ สักแก้วมาช่วยดับกระหาย รับรองว่าได้ทั้งความสดชื่นและได้สุขภาพดีตามไปด้วย เพราะขอบอกเลยว่าเก็กฮวยไม่ได้ช่วยแค่แก้ร้อนใน ดับกระหายเท่านั้น แต่สรรพคุณและประโยชน์ของเก๊กฮวย ยังเป็นสมุนไพรบำรุงหัวใจ ฟื้นฟูร่างกายได้ดีมากๆ เชียว…


แหล่งกำเนิดและลักษณะของ "ดอกเก๊กฮวย"

"เก๊กฮวย" (Chrysanthemum) มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน และญี่ปุ่น ต่อมามีการขยายการเพาะปลูกในประเทศไทย ลาว และกัมพูชา ส่วนที่นำมาต้มน้ำเก็กฮวยคือ “ดอก” ซึ่งมีทั้งชนิดดอกสีขาว และดอกสีเหลือง ส่วนใหญ่ที่หาซื้อกันโดยทั่วไปจะเป็นดอกเก็กฮวยสวนที่มีราคาไม่สูงมาก ส่วนดอกเก็กฮวยป่า จะมีความหอมหวานมากกว่า และมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย เก๊กฮวยจัดว่าเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ให้ความสดชื่นแก่ร่างกายได้ดี มีรสหวานฝาด ดอกมีกลิ่นฉุนแต่พอนำมาต้มน้ำแล้วจะมีกลิ่นหอมมากเพราะในดอกของเก็กฮวยมีน้ำมันหอมอยู่มาก สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยได้

สรรพคุณของน้ำเก๊กฮวย..ดื่มง่าย ระบายท้อง

เก๊กฮวยอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ ละลายได้ดีในน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำเก็กฮวยนอกจากจะสดชื่น ช่วยดับกระหายแล้ว ยังได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง และช่วยชะลอวัย ทำให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย นอกจากนี้เก็กฮวยยังมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการขับสารพิษในร่างกาย และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับลม ช่วยให้รู้สึกสดชื่น สบายท้อง อีกทั้งในเก็กฮวยยังมีสารโคลีน ที่ช่วยให้ร่างกายสร้างเลซิติน ที่ช่วยลดไขมัน ลดคอเลสเตอรอลได้ การดื่มน้ำเก็กฮวยที่ไม่ใส่น้ำตาลมากไปจึงไม่ทำให้อ้วน แต่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เนื้อวัว มีประโยชน์อะไรบ้าง..มาดูกัน


ประโยชน์

เนื้อวัว จัดว่าเป็นแหล่งของสารอาหารโปรตีนที่มีคุณภาพดีของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน โปรตีนในเนื้อวัวเป็นโปรตีนที่มีค่าทางชีวภาพสูง (high biological value) เนื่องจากมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนสำหรับมนุษย์เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตอย่างเป็นปกติและมีการพัฒนา ของสมองอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของสารอาหารรอง (micronutrients) ได้แก่ วิตามินเอ, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, วิตามินดี, วิตามินอี, ธาตุเหล็ก1 โดยเฉพาะวิตามินบี 12 มักจะพบในปริมาณน้อยในอาหารชนิดอื่น


คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อวัว

👉โปรตีน👈

โปรตีนในเนื้อวัวส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน2 เนื้อวัวดิบมีปริมาณโปรตีน 20.3 กรัมต่อ 100 กรัมของส่วนที่บริโภคได้ โดยปริมาณนี้อาจแปรผันได้ในเนื้อวัวสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของปริมาณไขมันในเนื้อวัวแต่ละสายพันธุ์ ค่าสารอาหารโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai Recommended Daily Intakes– Thai RDI) มีค่าเท่ากับ 50 กรัม โดยคิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี3 จึงนับได้ว่าเนื้อวัวให้ปริมาณโปรตีนแก่มนุษย์ได้ค่อนข้างสูง นอกจากนี้เนื้อวัวยังมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายมนุษย์ กรดอะมิโนจำเป็นหมายถึงกรดอะมิโนทั้ง 8 ชนิด ที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ ได้แก่ isoleucine, leucine, lysine, methionine, phenylalanine, threonine, tryptophan, และ valine โปรตีนในเนื้อวัวมีประโยชน์ต่อการสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อในนักกีฬาหรือผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เนื้อวัวเป็นแหล่งสำคัญของโปรตีนที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ (biological activity) สูงถึงร้อยละ 28.7 ของค่าเฉลี่ยทั่วไปของอาหาร4 โดยปกติแล้วสัดส่วนของปริมาณโปรตีนในเนื้อที่มาจากชิ้นส่วนที่แตกต่างกันและมีปริมาณไขมันที่แตกต่าง กันย่อมแตกต่างกัน

👉คาร์โบไฮเดรต👈

คาร์โบไฮเดรตมีอยู่ในเนื้อสัตว์เพียงร้อยละ 1 หรือต่ำกว่านี้ 6 ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไกลโคเจนและกรดแลกติก ซึ่งไกลโคเจนสะสมอยู่ในตับเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเนื้อสัตว์จึงมีปริมาณไกลโคเจนต่ำมาก21

👉แร่ธาตุ👈

เนื้อวัวประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ได้แก่ เหล็ก, ฟอสฟอรัส, สังกะสี, ซีลีเนียม และ แมกนี

👉ไขมัน👈

ไขมันในเนื้อวัวจัดว่ามีความผันแปรมากที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าเป็นชิ้นส่วนใดของซาก นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ห่อหุ้มหรือปะปนอยู่ในเนื้อว่ามีมากน้อยเพียงใด กองโภชนาการ2 รายงานว่าเนื้อวัวส่วนสันในมีปริมาณไขมัน ร้อยละ 3.26 เช่นเดียวกับโปรตีนที่ปริมาณนี้อาจแปรปรวนได้ในเนื้อวัวสายพันธุ์ต่างๆ อย่างเช่น เนื้อวัวพันธุ์ต่างประเทศมีปริมาณไขมันร้อยละ 2.504
กรดไขมันในเนื้อวัวส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันประเภทอิ่มตัว โดยเฉพาะกรดปาล์มิติกและกรดสเตียริก ส่วนกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัวที่มีอยู่ในปริมาณสูง คือ กรดโอลิอิก ไขมันสัตว์มีคอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบอยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างสูงและมีปริมาณแปรปรวนขึ้นกับ สายพันธุ์ของโค ถ้าเป็นเนื้อวัวส่วนสันในจะมีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง (monounsaturated fatty acid, MUFA) กว่ากรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid, SFA) และกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyusaturated fatty acid, PUFA)

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ดอกอัญชันเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณ...น่าทึ่งมาก


สมุนไพร

ดอกอัญชัน ดอกไม้สีม่วงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมาก หลายคนคงจะเคยได้ยินสรรพคุณของเจ้าดอกอัญชันกันมาบ้างแล้ว ที่เห็นกันชัดเจนก็คงจะเป็นการนำอัญชันมาถูคิ้วเด็กเล็กๆ เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้คิ้วดกดำขึ้น หรือแม้แต่คุณประโยชน์ในการนำสีของดอกอัญชันมาใช้ในการทำอาหารหรือขนมต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วดอกอัญชันมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่างเลยล่ะค่ะ อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่า เจ้าดอกเล็กๆ สีม่วงนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย
ดอกอัญชันมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยในดอกอัญชันนั้นมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของดวงตา เพิ่มความสามารถในการมองเห็น แก้อาการตาฟาง ตามัว หรือภาวะการเสื่อมของดวงตาที่มาจากโรคเบาหวาน โรคต้อหิน โรคต้อกระจก และมีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดีมากขึ้น แถมยังมีฤทธิ์ต้านการออกซิเดชั่นของไขมัน ชะลอการเกิดโรคที่เกิดจากคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) อุดตันในหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวอีกด้วย และคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ดอกอัญชันนั้นยังช่วยยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่ใช่ว่าดอกอัญชันจะมีสรรพคุณเพียงเท่านี้ ไปดูกันต่อเลยว่าสรรพคุณที่เหลือมีอะไรกันบ้างค่ะ


รากอัญชัน
- แก้อาการปวดฟัน และทำให้ฟันแข็งแรง โดยการนำรากมาถูที่ฟัน
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้น โดยนำรากไปถูกับน้ำฝน แล้วนำมาที่หยอดตาและหู


ใบอัญชัน
- ช่วยขับปัสสาวะ
- ช่วยบำรุงสายตาและอาการตาแฉะได้


ดอกอัญชัน
- ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายและเพิ่มพลังทำให้ร่างกายมีแรงขึ้น
- สารต้านอนุมูลอิสระในดอกอัญชันช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอยแห่งวัย
- ช่วยบำรุงสมอง
- ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
- ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- ช่วยล้างสารพิษและขับของเสียออกจากร่างกาย
- แก้อาการปัสสาวะพิการ
- แก้อาการฟกช้ำ
- ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า
การนำดอกสดมารับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริกชนิดต่างๆ นำมาต้มดื่ม หรือนำไปปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตามรั้ว แต่ที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นการนำมาใช้บำรุงผมให้ดกดำเงางาม และรักษาอาการผมร่วงหรือผมบางได้อีกด้วยล่ะค่ะ

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ใบโหระพาป้องกันโรคได้จริง….

ใบโหระพาเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรค เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง โหระพา 1 ขีด มีเบต้าแคโรทีนสูง คือ 452.16 ไมโครกรัม ใบโหระพามีกลิ่นเฉพาะใช้เป็นผักสด ใช้ปรุงแต่งกลิ่นอาหารและมีธาตุแคลเซียมสูงด้วย


นอกจากจะเป็นอาหารแล้ว โหระพายังเป็นสมุนไพรด้วย เพราะมีสรรพคุณทางยาอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
1. แก้ไข้ ปวดศรีษะ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ ขับพยาธิ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย ช่วยเจริญอาหาร โดยใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำรับประทานเป็นชาหรือรับประทานเป็นผักสด
2. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะและยาระบายอ่อน ๆ เพื่อแก้อาการท้องผูก โดยนำเมล็ดแก่แช่น้ำให้พองตัวเต็มที่รับประทานกับขนมหวานโดยผสมกับน้ำหวานและน้ำแข็ง
3. ใช้รักษาอาการเหงือกอักเสบเป็นหนอง โดยบดใบโหระพาแห้งให้เป็นผงทาบริเวณที่เป็น
4. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน โดยคั้นน้ำจากใบโหระพาสด ประมาณ 1ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอ้อย 2ช้อน รับประทานวันละ 2ครั้ง พร้อมกับน้ำอุ่น
5. แก้สะอึก โดยใช้ใบโหระพาสดหรือแห้งพร้อมขิงสดแช่ในน้ำเดือดรับประทานในขณะที่น้ำยังร้อน
6. น้ำมันโหระพาสามารถฆ่ายุงและแมลงได้
7. เมล็ดแก่แช่น้ำใช้พอกแผลบรรเทาอาการฟกช้ำ

น้ำมันโหระพา

น้ำมันโหระพา เป็นน้ำมันหอมระเหยที่พบในใบโหระพามีร้อยละ 1.5 องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ Methylcha vicol และสกัดได้จากใบโหระพาพันธุ์ไทย โดยการกลั่นด้วยไอน้ำ เป็นของเหลวใสสีเหลืองอ่อน หรือเหลืองอมน้ำตาลปราศจากตะกอนและสารแขวนลอย ไม่มีการแยกชั้นของน้ำ มีกลิ่นเฉพาะตัว มีคุณสมบัติแก้จุกเสียดแน่นท้อง
น้ำมันหอมระเหยช่วยการย่อยอาหารเนื้อสัตว์ ช่วยคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยให้สบายท้องขึ้น มีกลิ่นหอมหวาน มีคุณสมบัติช่วยให้สงบ มีสมาธิ ลดอาการซึมเศร้า ข้อควรระวังในการใช้คือ ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

การใช้เป็นยาสมุนไพร

โหระพามีสรรพคุณทางยาสมุนไพรที่หลากหลาย ใบสดของโหระพามีสรรพคุณแก้ท้องอืด เฟ้อ ขับลมจากลำไส้ ต้มดื่มแก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ใช้ตำพอกหรือประคบแก้ไขข้ออักเสบ แผลอักเสบ ต้มใบและต้นสดเข้าด้วยกัน ต้มเอาน้ำดื่ม แก้หวัด ขับเหงื่อ ถ้าเด็กปวดท้อง ใช้ใบโหระพา 20 ใบ ชงน้ำร้อนและนำมาชงนมให้เด็กดื่มแทนยาขับลมได้ ใบโหระพาแห้งต้มกับน้ำ มีสรรพคุณต้านเชื้อก่อโรค

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ก๋วยเตี๋ยวอร่อยได้ต้องทานคู่กับกากหมูเจียวกระเทียมกรอบ

ก๋วยเตี๋ยว เมนูโปรดของเรานั้นจะขาดไม่ได้เลยคือ กากหมูเจียวกระเทียม กรอบๆ ที่เรามักจะขอสั่งเพิ่มมากินคู่กับก๋วยเตี๋ยว ให้ได้อรรถรส และมีประโยชน์มากกว่าอาหารทอดหลายๆ ตัวอีก ลองมาดูกันนะคะว่ามีประโยชน์อย่างไร
หากทุกคนทานกากหมูเจียวกระเทียมไม่บ่อยเกินไป เน้นนะคะว่า ไม่บ่อยเกินไม่ใช่กินทุกวันนะคะ เนื่องด้วยกากหมูเจียวกระเทียมก็ไม่ได้เป็นอาหารที่เลวร้ายอะไรเพราะกากหมูเจียวกระเทียมมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันค่อนข้างต่ำ แถมโปรตีนสูงซึ่งปริมาณโปรตีนในกากหมูเจียวกระเทียมนั้น มากกว่ามันฝรั่งทอดกรอบถึง 9 เท่า และมีปริมาณไขมันน้อยกว่ามันฝรั่งทอดกรอบด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือ 43% ชองไขมันในแคบหมูนั้นเป็นไขมันไม่อิ่มตัว และเป็นกรดโอเลอีกซึ่งเป็นกรดชนิดเดียวกันกับน้ำมันมะกอก และอีก 13% เป็นกรดสเตียริก ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัวชนิดหนึ่งที่ปลอดภัย และไม่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอล

จะเห็นว่าข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมา ก็เป็นความรู้ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเลือกกินอาหารได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเป็นกังวล แต่ถึงกระนั้นเราก็ควรกินอาหารให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่กินอะไรมากจนเกินไปและน้อยจนเกินไปเพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกาย แต่ถ้าพูดถึงกากหมูเจียวกระเทียมที่กินคู่กับก๋วยเตี๋ยวแล้วลงตัวสุดๆ เราของแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เลย “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวที่มีรสชาติเข้มข้น อร่อย ถึงใจ และยังมีเครื่องเคียงที่เรากล่าวไป นั้นก็คือ... “กากหมูเจียวกระเทียม” บอกเลยว่าเด็ดสุดในจังหวัดอุบลราชธานี

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ผักบุ้งไทยและผักบุ้งจีนมีความแตกต่างกันจริงหรือ...?


ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งไทย (Ipomoea aquatic Var. aquatica)
มีดอกสีม่วง ก้านสีเขียวหรือม่วงอ่อน ใบสีเขียวเข้ม และก้านใบสีม่วง ถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ลักษณะทั่วไปเป็นไม้ล้มลุกมีข้อโปร่งเลื้อยแผ่ไปตามพื้นหรือผิวน้ำ การขยายพันธุ์ด้วยเพาะเมล็ด ลำต้นแก่มีรากติด

ผักบุ้งไทย

คุณประโยชน์
👉ดอก ใช้เป็นยาแก้กลากเกลื้อน
👉ต้นสด ใช้ดับพิษ รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ลดอาการแพ้ อักเสบ ปวด บวม บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงกระดูกและฟัน ช่วยรักษาโรค เบาหวาน เป็นยาดับร้อน แก้ปัสสาวะเหลือง
👉ลำต้น ใช้แก้ปวดหัว อ่อนเพลีย แก้กลากเกลื้อน แก้เบาหวาน แก้ตาอักเสบ บำรุงสายตา แก้เหงือกบวม แก้ฟกช้ำ ถอนพิ
👉ใบ ใช้ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย นำใบสดตำ คั้นเอาน้ำมาดื่ม จะทำให้อาเจียน ถอนพิษยาเบื่อเมา แก้พิษของฝิ่นและสารหนู มีวิตามินเอสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
👉ราก ใช้แก้ไอเรื้อรังและแก้โรคหืด ถอนพิษผิดสำแดง ใช้แก้สตรีมีตกขาวมาก เบาขัด เหงื่อออกมาก ลดอาการบวม
ทั้งนี้ ในผักบุ้งขาว 100 กรัม ให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี ทั้งประกอบด้วยเส้นใย 101 กรัม แคลเซียม 3 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม เหล็ก 3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 11,447 IU วิตามินบี 1 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.17 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.3 มิลลิกรัม วิตามินซี 14 มิลลิกรัม และมีสารต้านฮีสตามีน

ผักบุ้งจีน1

ผักบุ้งจีน (Ipomoea aquatica Var. reptans)
มีใบสีเขียว ก้านสีเหลืองหรือขาว ก้านดอกและดอกสีขาว นิยมนำมาประกอบอาหารกว้างขวางกว่าผักบุ้งไทย จึงปลูกเป็นการค้าอย่างแพร่หลาย ทั้งการปลูกเพื่อบริโภคสดและการผลิตเมล็ดพันธุ์ ปัจจุบันผักบุ้งจีนได้พัฒนาเป็นพืชผักส่งออกที่มีความสำคัญ โดยส่งออกทั้งในรูปผักสดและเมล็ดพันธุ์ ตลาดสำคัญคือฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์
👉ผักบุ้งจีนเป็นพืชผักที่นิยมรับประทานกันมาก มีคุณค่าทางอาหารสูง ประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะวิตามินเอ ซึ่งเชื่อว่าช่วยบำรุงสายตา มีปริมาณสูงถึง 9,550 หน่วยสากล ในส่วนที่รับประทานสด 100 กรัม หรือ 6,750 หน่วยสากล ในส่วนที่รับประทานเมื่อสุกแล้ว 100 กรัม ทั้งยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามินซีเป็นองค์ประกอบสำคัญด้วย
👉ผักบุ้งจีนมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อน พบได้ทั่วไปในแอฟริกาและเอเชียเขตร้อนจนถึงมาเลเซียและออสเตรเลีย เป็นไม้ล้มลุก ในระยะแรกของการเจริญเติบโตจะมีลำต้นตั้งตรง ระยะต่อไปจะเลื้อยทอดยอดไปตามพื้นดินหรือน้ำ ลำต้นมีสีเขียว มีข้อและ ปล้องข้างในกลวง รากจะเกิดที่ข้อทุกข้อที่สัมผัสกับพื้นดินหรือน้ำ ที่ข้อมักมีตาแตกออกมา ทั้งตาใบและตาดอก
สรุปคือผักบุ้งไทยมีสรรพคุณทางยามากกว่าผักบุ้งชนิดอื่น ขณะที่ผักบุ้งจีนก็มีแคลเซียมและเบต้า-แคโรทีน มากกว่าผักบุ้งชนิดอื่น

ประวัติลอดช่องวัดเจษฯ แฟนพันธุ์แท้เท่านั้นที่รู้

ลอดช่องวัดเจษฯ เป็นชื่อที่เรียกติดปากกันไปแล้ว ถ้าจะกินลอดช่องก็ต้องพ่วงคำว่าวัดเจษฯ เข้าไปด้วย ถือว่าเป็นลอดช่องที่ทุกคนกิน ของมันต้องมีอ...