แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เฉาก๊วย ของหวานสีดำๆ ที่มากคุณประโยชน์


เฉาก๊วย เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นกลม เปราะและหักง่ายคล้าย กิ่งก้านแผ่กว้างคลุมดิน ยาวได้ 2-3 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยว เป็นรูปรีแกมรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบจักเป็นฟันเลื้อย ก้านใบสีขาว ยาวประมาณ 1-1.5 ซม. ใบเป็นสีเขียวสด เวลาใบดกจะหนาแน่น ทำให้น่าชมมาก

ประโยชน์ของเฉาก๊วย
ของหวานสีดำๆ เด้งดึงที่เคี้ยวหนึบหนับ และมีรสหวานจากน้ำเชื่อม รวมถึงความเย็นฉ่ำจากน้ำแข็งที่ใส่ผสมลงไป ทำให้ “เฉาก๊วย” นั้นกลายเป็นหนึ่งในของหวานยอดฮิตในช่วงหน้าร้อนมากๆ แบบนี้ แต่นอกจากความหวานเย็นที่กินแล้วสดชื่นขึ้นมาในทันใด เฉาก๊วยก็ยังมีสรรพคุณอื่นๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย
เฉาก๊วยแท้ๆ จะทำมาจากต้นเฉาก๊วย ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกับมินต์ (พืชจำพวกสะระแหน่) พบได้มากในประเทศจีน จึงทำให้ขนมเฉาก๊วยมีที่มาจากเมืองจีน และมีชื่อเรียกเป็นภาษาจีน (แต้จิ๋ว) แต่ก็ยังมีการเรียกที่แตกต่างกันออกไปตามภาษาถิ่นอีกด้วย อาทิ ในภาษาจีนกลางจะเรียกว่า เหลียงเฝิ่น หรือ เซียนเฉ่า ที่แปลว่าหญ้าเทวดา ขณะที่ชาวมาเลย์จะเรียกว่า จินเจา เป็นต้น ส่วนภาษาไทยเราก็เรียกว่า เฉาก๊วย ตามอย่างภาษาจีนแต้จิ๋ว

สรรพคุณของเฉาก๊วยที่เรารู้กันดีอยู่แล้วก็คือ ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ นอกจากนี้แล้วยังช่วยขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน ร้อนใน ลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ลดอาการตับอักเสบ ลดอาการไขข้ออักเสบ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือหากว่านำเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้วนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำจะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน แต่ข้อควรระวังก็คือ น้ำตาลที่ใส่ผสมลงไปเพื่อให้มีรสชาติเพิ่มขึ้นนั้นต้องไม่มากเกินไปด้วย เพราะแทนที่จะได้ประโยชน์ อาจจะได้ผลเสียจากการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปได้

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561

แคบหมู กินให้พอดีก็มีประโยชน์ได้

ในประเทศไทย แคบหมูมักใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงอาหารอื่นๆ เช่น น้ำพริก ก๋วยเตี๋ยว น้ำเงี้ยว ฯลฯ หรือเป็นส่วนผสมประกอบอาหารอื่นๆ เช่น พวกน้ำพริกหรือแกง
แคบหมูมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ จึงใช้เป็นของคบเคี้ยวหรือเครื่องเคียง แคบหมูมีไขมันและโซเดียมสูง ไขมันในแคบหมูนั้นทัดเทียมกับในมันฝรั่งทอด ขณะที่โซเดียมในแคบหมูซึ่งบริโภคแต่ละครั้งนั้นมีปริมาณมากกว่าที่ได้จากการบริโภคมันฝรั่งทอดครั้งหนึ่งๆ ถึงราวห้าเท่า การบริโภคแคบหมูครั้งละยี่สิบแปดกรัม (หนึ่งออนซ์) จะได้โปรตีนมากกว่าการบริโภคมันฝรั่งทอดถุงหนึ่งราวเก้าเท่า และในแคบหมูชนิดไขมันต่ำ มีไขมันน้อยกว่ามันฝรั่งทอดชนิดไขมันสูง แต่ในขณะที่97%ของไขมันในมันฝรั่งทอดเป็นไขมันไม่อิ่มตัว มีเพียงร้อยละ43ของไขมันแคบหมูนั้นไม่อิ่มตัว ส่วนใหญ่เป็นกรดโอเลอิก อันเป็นไขมันที่เป็นผลดีต่อสุขภาพชนิดเดียวกับที่พบในน้ำมันมะกอก ขณะที่อีกร้อยละสิบสามของไขมันแคบหมูนั้นเป็นกรดสตีแอริก อันเป็นไขมันอิ่มตัวที่เชื่อกันว่าไม่เพิ่มระดับคอเลสเทอรอล แต่ทั้งนี้เมื่อนับปริมาณไขมันอิ่มตัวในแคบหมู ก็มีถึง53% ซึ่งยังนับว่าเป็นอาหารไขมันสูงอยู่ดี

จะเห็นว่าข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมา ก็เป็นความรู้ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเลือกกินอาหารได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเป็นกังวล แต่ถึงกระนั้นเราก็ควรกินอาหารให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่กินอะไรมากจนเกินไปและน้อยจนเกินไปเพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกาย แต่ถ้าพูดถึงแคบหมูที่กินคู่กับก๋วยเตี๋ยวแล้วลงตัวสุดๆ เราของแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เลย “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวที่มีรสชาติเข้มข้น อร่อย ถึงใจ และยังมีเครื่องเคียงที่เรากล่าวไป นั้นก็คือ... “แคบหมู” บอกเลยว่าเด็ดสุดในจังหวัดอุบลราชธานี

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ตะไคร้ สมุนไพรใกล้ครัวกับคุณประโยชน์ที่เราอาจไม่เคยรู้

ตะไคร้ จัดเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นกอ มักนิยมปลูกไว้ตามบ้านและนำมาปรุงอาหาร เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์และช่วยบรรเทาอาการของโรคบางชนิดได้ แต่หารู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว ภายใต้ต้นแข็งๆ และใบที่คมของตะไคร้ยังซ่อนคุณประโยชน์เอาไว้มากมายจนคาดไม่ถึง วันนี้เราไปดูประโยชน์ของตะไคร้ที่รู้แล้วต้องทึ่ง ใครที่ชอบกลิ่นหอมๆ ของมัน จะต้องยิ่งรักเจ้าสมุนไพรชนิดนี้มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

1. อุดมไปด้วยวิตามิน

อย่าคิดว่าตะไคร้มีประโยชน์แค่ใช้ปรุงอาหารเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วตะไคร้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินบี นอกจากนี้ยังมีโฟเลต แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมงกานีส โอ้โห้ ... วิตามินเยอะขนาดนี้คราวหน้าเจอตะไคร้ในอาหารก็อย่าเขี่ยทิ้งนะ

2. ล้างสารพิษ

สำหรับคนที่รักสุขภาพและชอบล้างพิษในร่างกายบ่อยๆ ไม่ควรพลาดเจ้าตะไคร้เลยค่ะ เพราะว่ามันมีคุณสมบัติในการล้างสารพิษในร่างกายด้วยการทำให้คุณปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากสารเคมีที่อยู่ในตะไคร้จะช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร อย่างเช่น ตับ ตับอ่อน ไต และกระเพาะปัสสาวะ ขับสารพิษและกรดยูริกออกจากร่างกาย ทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณสะอาดขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

3. ช่วยย่อยอาหาร

ตะไคร้ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นค่ะ เพราะมีการศึกษาหนึ่งพบว่าการดื่มชาตะไคร้จะช่วยในการย่อย ลดอาการปวดท้อง แก้หวัด ลดอาการตะคริวในลำไส้ และท้องเสียได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันและลดแก๊สในลำไส้ได้อีกด้วย

4. ช่วยซ่อมแซมและบำรุงระบบประสาท

มีการศึกษาจำนวนไม่น้อยพบว่าตะไคร้สามารถช่วยซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงให้กับระบบประสาทได้ พิสูจน์ได้ง่ายๆ ด้วยการนำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มาหยดลงบนผิว คุณจะรู้สึกได้ว่ามันอุ่นๆ ซึ่งมันจะทำให้กล้ามเนื้อของคุณผ่อนคลายมากและลดอาการตะคริวได้ แต่ก็อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะใช้น้ำมันหอมระเหยตะไคร้คุณควรที่จะผสมมันกับน้ำมันตัวพา และห้ามใช้น้ำมันหอมระเหยโดยตรงกับผิวเด็ดขาดค่ะ

5. ช่วยรักษาอาการอักเสบ

ตะไคร้สามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ หรือการปวดตามข้อได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าหากคุณรู้สึกปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ลองหาน้ำมันที่ผสมน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มานวดดูนะคะรับรองว่าหายแน่นอน

6. ช่วยบำรุงผิว

ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นมันจึงสามารถช่วยบำรุงผิวของคุณได้ ทำให้ผิวของคุณเปล่งประกายความมีสุขภาพดีออกมา แถมยังช่วยทำให้ผิวของคุณดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ และช่วยลดสิวต่างๆ ได้อีกด้วย
เห็นไหมคะว่า ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมาย และเป็นสมุนไพรที่เราไม่ควรละเลย เลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าหากอยากมีสุขภาพดีด้วยสมุนไพร ตะไคร้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่เลวเลย แถมยังสามารถปลูกเป็นพืชสวนครัวในรั้วบ้านได้ ยังยังสามารถนำมาทำเป็นน้ำตะไคร้ได้อีกด้วย สำหรับใครที่ขี้เกียจหรือว่าทำไม่เป็น เราก็มีร้านแนะนำที่มีน้ำตะไคร้เย็นๆ ให้ดื่มกันค่ะ นั้นก็คือ “ร้านโฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีรสชาติอร่อย เป็นเอกลักษณ์ และยังมีน้ำสมุนไพรอีกมากมาย มาลองทานกันดูนะคะ

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

คุณประโยชน์ที่ร่างกายได้รับจาก “เนื้อหมู”

หากจะคิดถึงอาหารจานด่วนแบบประหยัด สะดวก รวดเร็ว แถมอิ่มอร่อย กินได้ไม่มีเบื่อ “ก๋วยเตี๋ยวหมู” คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ใครหลายคนรับประทานอย่างสม่ำเสมอ เหตุผลที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกรับประทานก๋วยเตี๋ยวหมู นอกจากความอิ่มท้องและสะดวกรวดเร็วแล้ว “เนื้อหมู” ยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร สารอาหารหลักๆ ที่ได้รับจากการรับประทานเนื้อหมู นั่นคือ โปรตีนฟอสฟอรัส และวิตามินบี1

โปรตีน (Protein)

เป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกาย มีเป็นจำนวนมากในเนื้อหมู ส่วนประกอบทางเคมีของโปรตีน คือ กรดอะมิโน (aminoacid) ซึ่งร่างกายเราจะนำเอากรดอะมิโนเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการสร้างโปรตีนมากมายหลายชนิด สิ่งที่ร่างกายได้รับจากโปรตีน ได้แก่ ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ ซึ่งในส่วนนี้ไขมันและคาร์โบไฮเดรตไม่สามารถทดแทนได้เนื่องจากไม่มีไนโตรเจน นอกจากนี้ โปรตีนยังช่วยรักษาปริมาณน้ำในเซลล์และหลอดเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ โปรตีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างเอนไซน์ซึ่งเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงและเป็นแหล่งให้พลังงาน โดยในกรณีที่ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันเพียงพอ จะนำโปรตีนไปใช้ทดแทน

ฟอสฟอรัส (Phosphorus)

เป็นแร่ธาตุที่มีความเกี่ยวข้องกันกับกระบวนการทางเคมีของร่างกายในเกือบทุกส่วน ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับจากฟอสฟอรัส ได้แก่ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพเหงือกและฟัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยในการเผาผลาญไขมันและแป้ง ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

วิตามินบี1 (Thiamin)

คนเรานั้นต้องการวิตามินในปริมาณที่ไม่มากแต่ก็ขาดไม่ได้ วิตามินบี1 ก็เช่นกัน เป็นสารอาหารที่สำคัญจำเป็นสำหรับร่างกาย โดยทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปร ตีนและไขมัน ทำให้เกิดพลังงาน วิตามินบี1 เป็นตัวช่วยให้ประสาทและระบบกล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันดี มีความสำคัญต่อสมองและระบบประสาทสัมผัส หากขาดวิตามินบี1 จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเหน็บชา

ประวัติลอดช่องวัดเจษฯ แฟนพันธุ์แท้เท่านั้นที่รู้

ลอดช่องวัดเจษฯ เป็นชื่อที่เรียกติดปากกันไปแล้ว ถ้าจะกินลอดช่องก็ต้องพ่วงคำว่าวัดเจษฯ เข้าไปด้วย ถือว่าเป็นลอดช่องที่ทุกคนกิน ของมันต้องมีอ...