วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561
วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561
หญ้าหวาน สมุนไพรรสหวานเจี๊ยบ เปี่ยมคุณค่ารักษาสุขภาพ
ในทุกวันนี้ผู้คนต่างหันมาให้ความสนใจกับสุขภาพมากขึ้น มีหลายคนที่เลือกใช้สมุนไพรในการช่วยรักษาสุขภาพ และหนึ่งในสมุนไพรที่ปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากนั่นก็คือ หญ้าหวาน ที่เริ่มมีหลายๆ คนนำมาใช้ในการผสมเครื่องดื่มหรือทำอาหารด้วย เพราะเป็นพืชที่มีรสชาติหวานกว่าน้ำตาลแต่ไม่ทำให้อ้วน จึงถูกนำมาใช้เพิ่มความหวานแทนน้ำตาลกันมากขึ้น แต่ก็เชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังไม่รู้จักหญ้าหวานกันใช่ไหมล่ะ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับหญ้าหวานให้ดีมากขึ้นกันเถอะ
หญ้าหวาน ภาษาอังกฤษคือ Stevia มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในวงศ์ ASTERACEAE เป็นพืชล้มลุกระยะยาว มีลักษณะคล้ายต้นกะเพราหรือต้นแมงลัก ลำต้นกลมและแข็ง มีใบเดี่ยว รูปหอก ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใบให้สารที่มีรสหวาน และมีช่อดอกสีขาว หญ้าหวานเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศบราซิลและทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัย ซึ่งมีการค้นพบว่าชาวพื้นเมืองปารากวัย ได้ใช้หญ้าหวานนี้ผสมกับชาเพื่อดื่มมาแล้วมากกว่า 1,500 ปี ต่อมาประเทศญี่ปุ่นก็ได้นำมาใช้อย่างกว้างขวาง สำหรับในประเทศไทยได้เริ่มมีการนำหญ้าหวานมาใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาเองค่ะ โดยนิยมปลูกในภาคเหนือ เพราะหญ้าหวานขึ้นได้ดีในสภาพอากาศค่อนข้างเย็น
สรรพคุณหญ้าหวาน กับประโยชน์ทางยา
หญ้าหวานถึงแม้จะเป็นสมุนไพรที่ไม่ได้ให้พลังงานกับร่างกายเหมือนพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆ แต่หญ้าหวานก็มีสรรพคุณทางยาที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยบำรุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือดลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและโรคอ้วนได้ แถมยังช่วยสมานแผลทั้งภายนอกและภายใน ทำให้แผลหายไวขึ้นได้ รวมทั้งทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ใครที่รู้สึกไม่ค่อยมีแรงละก็ลองดื่มเครื่องดื่มที่ผสมหญ้าหวานก็จะช่วยให้มีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นด้วยล่ะ และด้วยความที่หญ้าหวานเป็นพืชที่ไม่มีพลังงานนี่ล่ะ จึงมีการนำไปใช้ในการลดความอ้วนกันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะใช้ผสมดื่ม หรือไปผลิตเป็นอาหารเสริม
ทั้งนี้ ประเทศไทยอนุญาตให้ใช้หญ้าหวานเป็นวัตถุดิบสำหรับชาสมุนไพร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกำหนดรายชื่อพืชหรือส่วนของพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับชาสมุนไพร ประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เห็นไหมล่ะคะว่าหญ้าหวานมีประโยชน์และสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์มากเพียงใด ใครที่กำลังหนักใจเพราะตัวเองชอบรสหวานแต่ก็กลัวอ้วนละก็ ลองหาหญ้าหวานมาใส่แทนน้ำตาลดูนะ รับรองว่าได้ผลดีแน่นอนจ้า ถ้าไม่รู้ว่าจะไปหาน้ำหญ้าหวานทานกันที่ไหน ลองมาทานที่ร้านเราดูนะคะ มีน้ำสมุนไพรให้เลือกทานมากมาย ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ทางร้านของเรายังมีก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน รับรองความอร่อย อย่าลืมแวะมาลองชิมกันนะคะ ที่ “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ก๋วยเตี๋ยวร้านเด็ดของเมืองอุบลฯ
หญ้าหวาน ภาษาอังกฤษคือ Stevia มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในวงศ์ ASTERACEAE เป็นพืชล้มลุกระยะยาว มีลักษณะคล้ายต้นกะเพราหรือต้นแมงลัก ลำต้นกลมและแข็ง มีใบเดี่ยว รูปหอก ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใบให้สารที่มีรสหวาน และมีช่อดอกสีขาว หญ้าหวานเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศบราซิลและทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัย ซึ่งมีการค้นพบว่าชาวพื้นเมืองปารากวัย ได้ใช้หญ้าหวานนี้ผสมกับชาเพื่อดื่มมาแล้วมากกว่า 1,500 ปี ต่อมาประเทศญี่ปุ่นก็ได้นำมาใช้อย่างกว้างขวาง สำหรับในประเทศไทยได้เริ่มมีการนำหญ้าหวานมาใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาเองค่ะ โดยนิยมปลูกในภาคเหนือ เพราะหญ้าหวานขึ้นได้ดีในสภาพอากาศค่อนข้างเย็น
สรรพคุณหญ้าหวาน กับประโยชน์ทางยา
หญ้าหวานถึงแม้จะเป็นสมุนไพรที่ไม่ได้ให้พลังงานกับร่างกายเหมือนพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆ แต่หญ้าหวานก็มีสรรพคุณทางยาที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยบำรุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือดลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและโรคอ้วนได้ แถมยังช่วยสมานแผลทั้งภายนอกและภายใน ทำให้แผลหายไวขึ้นได้ รวมทั้งทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ใครที่รู้สึกไม่ค่อยมีแรงละก็ลองดื่มเครื่องดื่มที่ผสมหญ้าหวานก็จะช่วยให้มีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นด้วยล่ะ และด้วยความที่หญ้าหวานเป็นพืชที่ไม่มีพลังงานนี่ล่ะ จึงมีการนำไปใช้ในการลดความอ้วนกันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะใช้ผสมดื่ม หรือไปผลิตเป็นอาหารเสริม
ทั้งนี้ ประเทศไทยอนุญาตให้ใช้หญ้าหวานเป็นวัตถุดิบสำหรับชาสมุนไพร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกำหนดรายชื่อพืชหรือส่วนของพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับชาสมุนไพร ประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เห็นไหมล่ะคะว่าหญ้าหวานมีประโยชน์และสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์มากเพียงใด ใครที่กำลังหนักใจเพราะตัวเองชอบรสหวานแต่ก็กลัวอ้วนละก็ ลองหาหญ้าหวานมาใส่แทนน้ำตาลดูนะ รับรองว่าได้ผลดีแน่นอนจ้า ถ้าไม่รู้ว่าจะไปหาน้ำหญ้าหวานทานกันที่ไหน ลองมาทานที่ร้านเราดูนะคะ มีน้ำสมุนไพรให้เลือกทานมากมาย ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ทางร้านของเรายังมีก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน รับรองความอร่อย อย่าลืมแวะมาลองชิมกันนะคะ ที่ “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ก๋วยเตี๋ยวร้านเด็ดของเมืองอุบลฯ
วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ลอดช่องเป็นขนมไทยแท้โบราณจริงหรือไม่....? มาดูกันค่ะ
ลอดช่อง...เป็นขนมไทยแท้โบราณชนิดดั้งเดิม โดยที่ใครๆ พากันคิดว่ามันคือขนม ที่มาจากเกาะสิงคโปร์นู้น แต่แท้จริงแล้วต้นกำเนิดไม่ได้มาจากประเทศสิงคโปร์ แต่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยเรานี่เอง
ที่ได้นำแป้งมันสำปะหลังมาปั้น และนวดให้เหนียว รับประทานกับกะทิสด น้ำเชื่อม และน้ำแข็ง แค่นี้ก็สามารถเพิ่มความสดชื่นให้กับผู้บริโภคได้แล้ว แต่หลายคนคงสงสัยว่าแล้วคำว่า สิงคโปร์ล่ะ มาจากไหน ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันจนติดปากถึงบริเวณที่ตั้งของร้านลอดช่อง ที่เป็นเจ้าแรก ในการทำ “ลอดช่องสิงคโปร์” นั่นเอง หากย้อนไปเมื่อประมาณ 60 ปีก่อน ร้านลอดช่องบังเอิญไปตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงภาพยนต์สิงคโปร์ หรือโรงหนังเฉลิมบุรี บนถนนเยาวราช และเมื่อลูกค้าจะไปทานก็มักจะเรียกว่า “ไปทานลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์” สุดท้ายก็เรียกให้สั้นลงว่า “ลอดช่องสิงคโปร์”
การทำลอดช่องยังมีการผลิตโดยใช้ข้าวเจ้าผสมกับสีสมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติในท้องถิ่น ถือว่าปลอดภัยแต่ก็มีปัญหาเนื่องจากขั้นตอนการผลิตที่ไม่สะอาดพอ อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน อาจเป็นสาเหตุทำให้ลอดช่องไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้เกิดการเน่าเสีย และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป ได้ร่วมกับ กลุ่มผู้ผลิตลอดช่องชุมชน ชาวหนองกระดิ่ง ตำบลหนองกระดิ่ง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย พัฒนาคุณภาพลอดช่องให้มีความสะอาดปลอดภัย สร้างเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางโภชนาการจากสมุนไพรให้แตกต่างจากลอดช่องทั่วไป
ลอดช่องสมุนไพร ที่มีสีสันสวยงามตามสีสมุนไพร ต้องใช้วัตถุดิบที่เป็นข้าวเจ้าท่อนปลอดสารพิษ น้ำสมุนไพรที่ไม่มีการใช้สารเคมี และอุปกรณ์การผลิตที่สะอาด เป็นปัจจัยหลักที่สามารถดึงดูดใจผู้บริโภค อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงหัวใจทำให้ชุ่มชื่น บำรุงโลหิต แก้ท้องร่วง-ท้องเสีย และบำรุงธาตุได้อีกด้วย
การทำลอดช่องยังมีการผลิตโดยใช้ข้าวเจ้าผสมกับสีสมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติในท้องถิ่น ถือว่าปลอดภัยแต่ก็มีปัญหาเนื่องจากขั้นตอนการผลิตที่ไม่สะอาดพอ อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน อาจเป็นสาเหตุทำให้ลอดช่องไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้เกิดการเน่าเสีย และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป ได้ร่วมกับ กลุ่มผู้ผลิตลอดช่องชุมชน ชาวหนองกระดิ่ง ตำบลหนองกระดิ่ง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย พัฒนาคุณภาพลอดช่องให้มีความสะอาดปลอดภัย สร้างเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางโภชนาการจากสมุนไพรให้แตกต่างจากลอดช่องทั่วไป
ลอดช่องสมุนไพร ที่มีสีสันสวยงามตามสีสมุนไพร ต้องใช้วัตถุดิบที่เป็นข้าวเจ้าท่อนปลอดสารพิษ น้ำสมุนไพรที่ไม่มีการใช้สารเคมี และอุปกรณ์การผลิตที่สะอาด เป็นปัจจัยหลักที่สามารถดึงดูดใจผู้บริโภค อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงหัวใจทำให้ชุ่มชื่น บำรุงโลหิต แก้ท้องร่วง-ท้องเสีย และบำรุงธาตุได้อีกด้วย
วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2561
วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
แคบหมู กินให้พอดีก็มีประโยชน์ได้

แคบหมูมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ จึงใช้เป็นของคบเคี้ยวหรือเครื่องเคียง แคบหมูมีไขมันและโซเดียมสูง ไขมันในแคบหมูนั้นทัดเทียมกับในมันฝรั่งทอด ขณะที่โซเดียมในแคบหมูซึ่งบริโภคแต่ละครั้งนั้นมีปริมาณมากกว่าที่ได้จากการบริโภคมันฝรั่งทอดครั้งหนึ่งๆ ถึงราวห้าเท่า การบริโภคแคบหมูครั้งละยี่สิบแปดกรัม (หนึ่งออนซ์) จะได้โปรตีนมากกว่าการบริโภคมันฝรั่งทอดถุงหนึ่งราวเก้าเท่า และในแคบหมูชนิดไขมันต่ำ มีไขมันน้อยกว่ามันฝรั่งทอดชนิดไขมันสูง แต่ในขณะที่97%ของไขมันในมันฝรั่งทอดเป็นไขมันไม่อิ่มตัว มีเพียงร้อยละ43ของไขมันแคบหมูนั้นไม่อิ่มตัว ส่วนใหญ่เป็นกรดโอเลอิก อันเป็นไขมันที่เป็นผลดีต่อสุขภาพชนิดเดียวกับที่พบในน้ำมันมะกอก ขณะที่อีกร้อยละสิบสามของไขมันแคบหมูนั้นเป็นกรดสตีแอริก อันเป็นไขมันอิ่มตัวที่เชื่อกันว่าไม่เพิ่มระดับคอเลสเทอรอล แต่ทั้งนี้เมื่อนับปริมาณไขมันอิ่มตัวในแคบหมู ก็มีถึง53% ซึ่งยังนับว่าเป็นอาหารไขมันสูงอยู่ดี


วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561
ประโยชน์ของเนื้อน่องลายหมู
![]() |
ต้องบอกได้เลยนะคะว่าเนื้อน่องลายหมูเป็นที่นิยมของคนไทย ในการนำมารับประทานกันเป็นจำนวนมาก สำหรับวันนี้ โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็จะมากล่าวถึงคุณประโยชน์ของเนื้อน่องลายหมูให้ทุกท่านในทราบกัน
หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า เนื้อน่องลายหมูนั้น มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา และบำรุงสมองอีกด้วย ที่สำคัญยังมีโปรตีนมากมายพร้อมทั้งมีประโยชน์ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่ที่สำคัญนั้นเราต้องรับประทานให้พอดีพองามควบคู่กับอาหารให้ครบ 5 หมู่นะคะ
วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561
ตะไคร้ สมุนไพรใกล้ครัวกับคุณประโยชน์ที่เราอาจไม่เคยรู้

| 1. อุดมไปด้วยวิตามิน |

| 2. ล้างสารพิษ |

| 3. ช่วยย่อยอาหาร |

| 4. ช่วยซ่อมแซมและบำรุงระบบประสาท |

| 5. ช่วยรักษาอาการอักเสบ |

| 6. ช่วยบำรุงผิว |

เห็นไหมคะว่า ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมาย และเป็นสมุนไพรที่เราไม่ควรละเลย เลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าหากอยากมีสุขภาพดีด้วยสมุนไพร ตะไคร้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่เลวเลย แถมยังสามารถปลูกเป็นพืชสวนครัวในรั้วบ้านได้ ยังยังสามารถนำมาทำเป็นน้ำตะไคร้ได้อีกด้วย สำหรับใครที่ขี้เกียจหรือว่าทำไม่เป็น เราก็มีร้านแนะนำที่มีน้ำตะไคร้เย็นๆ ให้ดื่มกันค่ะ นั้นก็คือ “ร้านโฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีรสชาติอร่อย เป็นเอกลักษณ์ และยังมีน้ำสมุนไพรอีกมากมาย มาลองทานกันดูนะคะ
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561
น้ำกระเจี๊ยบ เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพชั้นเลิศ

| 1.ป้องกันและรักษาไตพิการ |

| 2.บรรเทาอาการไข้ |

| 3.ละลายไขมันในเส้นเลือด |

| 4.แก้อาการคอแห้ง ดับกระหาย |

| 5.ป้องกันโรคมะเร็ง |

| 6.ช่วยชะลอความแก่และต่อต้านอนุมูลอิสระ |

| 7.ช่วยให้ระบบขับถ่าย ทำงานได้ดีขึ้น |

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561
ความเป็นมาของลอดช่องไทย จากอดีต จนเป็นปัจจุบัน

การทำลอดช่องยังมีการผลิตโดยใช้ข้าวเจ้าผสมกับสีสมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติในท้องถิ่น ถือว่าปลอดภัยแต่ก็มีปัญหาเนื่องจากขั้นตอนการผลิตที่ไม่สะอาดพอ อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน อาจเป็นสาเหตุทำให้ลอดช่องไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้เกิดการเน่าเสีย และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป ได้ร่วมกับ กลุ่มผู้ผลิตลอดช่องชุมชน ชาวหนองกระดิ่ง ตำบลหนองกระดิ่ง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย พัฒนาคุณภาพลอดช่องให้มีความสะอาดปลอดภัย สร้างเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางโภชนาการจากสมุนไพรให้แตกต่างจากลอดช่องทั่วไป
ลอดช่องสมุนไพร ที่มีสีสันสวยงามตามสีสมุนไพร ต้องใช้วัตถุดิบที่เป็นข้าวเจ้าท่อนปลอดสารพิษ น้ำสมุนไพรที่ไม่มีการใช้สารเคมี และอุปกรณ์การผลิตที่สะอาด เป็นปัจจัยหลักที่สามารถดึงดูดใจผู้บริโภค อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงหัวใจทำให้ชุ่มชื่น บำรุงโลหิต แก้ท้องร่วง-ท้องเสีย และบำรุงธาตุได้อีกด้วย
วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561
รู้หรือไม่ “ของหวาน” ทานให้พอดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย

| 1.ทำให้คุณมีความสุข |

| 2.มอบสารอาหาร |

| 3.ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักดีขึ้น |

แม้ว่าอาหารหวานจะทำให้เกิดโทษแก่ร่างกายแต่หากคุณควบคุมปริมาณการทานให้เหมาะสม มันก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกันค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีเมนูขนมหวานเย็นชื้นใจมาฝากกันคะ นั้นก็คือ ไอติมกะทิสดและลอกช่องวัดเจษฯ ทั้งสองอย่างนี้มีให้ทานกันที่ร้าน “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” อย่าลืมมาลิ้มลองกันนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561
สรรพคุณของถั่วงอก บอกเลยว่าแจ่ม !


👉🏻ในถั่วงอกมีไฟเบอร์อยู่จำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังมีน้ำ และเอนไซม์ชนิดหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ช่วยย่อยอาหารในระบบลำไส้ ทำให้การดูดซึมแร่ธาตุ-สารอาหารของลำไส้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งไฟเบอร์และน้ำในถั่วงอกยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายมีความคล่องตัวมากขึ้น ช่วยลดของเสียและสิ่งตกค้างในร่างกายไปกับการขับถ่ายด้วย
2. ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย
👉🏻ด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในถั่วงอก ทำให้ถั่วงอกเป็นผักชนิดหนึ่งซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งในถั่วงอกยังมีสารต้านความชราที่ชื่อว่า ออซินอน โดยสารตัวนี้มีคุณสมบัติบำรุงเซลล์ต่างๆ ในร่างกายให้มีความฟิตเฟิร์ม ไม่แก่เร็วเกินไปก่อนเวลาอันควร
3. ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
👉🏻ด้วยความที่ถั่วงอกมีทั้งวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด คุณสมบัตินี้ทำให้ถั่วงอกมีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยเติมความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันโรคหวัด นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เกิดความแอคทีฟ ร่างกายจึงจะมีภูมิต้านทานเชื้อไวรัสและเชื้อโรคที่อาจก่ออาการอักเสบตามเซลล์และอวัยวะต่างๆ ได้ดีมากขึ้นด้วยนั่นเอง

👉🏻เมล็ดถั่วเขียวที่กลายเป็นต้นถั่วงอกจะช่วยเพิ่มความสามารถในการย่อยโปรตีนได้ดีขึ้น และทำให้กรดอะมิโนบางชนิดสูงขึ้น อีกทั้งต้นถั่วงอกและต้นอ่อนยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภทสารโพลีฟีนอลในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดการแข็งตัวของเลือด ช่วยเหนี่ยวนำเอนไซม์ในการทำลายสารพิษในเลือด และช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดมีความคล่องตัวขึ้น จึงสามารถลดอัตราความเสี่ยงโรคหัวใจได้
5. ป้องกันโรคมะเร็ง
👉🏻มีงานวิจัยที่ศึกษาปริมาณสารประกอบโพลีฟีนอลในกลุ่มฟลาโวนอยด์ในถั่วเขียวและถั่วเหลืองงอก ซึ่งพบว่า ปริมาณสารฟลาโวนอยด์จะเพิ่มมากขึ้นในระหว่างกระบวนการงอก และจะเพิ่มมากที่สุดหลังจากการงอก 6-8 วัน ซึ่งต้นถั่วเขียวงอกมีปริมาณฟลาโวนอยด์รวม 268 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ส่วนต้นถั่วเหลืองงอกพบสารฟลาโวนอยด์ชนิดเคอร์เซตินประมาณ 78.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสารฟลาโวนอยเหล่านี้มีฤทธิ์เหนี่ยวนำเอนไซม์ในการทำลายสารพิษที่เกิดกับเซลล์ร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเซลล์อักเสบต่างๆ
นอกจากนี้ในถั่วเหลืองและต้นงอกยังพบว่ามีสารประกอบไฟโตเอสเจน ซึ่งเป็นสารประกอบเอสโตรเจนที่ได้จากพืช ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม ได้แก่ สารกลุ่มไอโซฟลาโวน สารกลุ่มเทอปีน และสารกลุ่มลิกนิน ซึ่งผลทางระบาดวิทยาพบว่า ไฟโตรเอสโตรเจนเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมไปถึงลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และปัญหาที่เกี่ยวกับอาการหลังการหมดประจำเดือนได้ เห็นต้นเล็กๆ แบบนี้แต่สรรพคุณของถั่วงอกคับแน่นจริงๆ เลยนะคะ ทว่าการรับประทานถั่วงอกก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการรับประทานถั่วงอกที่ไม่ได้เพาะเอง ซึ่งอาจเสี่ยงกับสารฟอกขาวที่พ่อค้า แม่ค้าใส่ลงมาเพื่อให้ถั่วงอกดูขาวอวบน่ารับประทาน โดยหากเรารับสารฟอกขาวเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำในการกินถั่วงอกอย่างปลอดภัยต่อร่างกายตามนี้ด้วยค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ประวัติลอดช่องวัดเจษฯ แฟนพันธุ์แท้เท่านั้นที่รู้
ลอดช่องวัดเจษฯ เป็นชื่อที่เรียกติดปากกันไปแล้ว ถ้าจะกินลอดช่องก็ต้องพ่วงคำว่าวัดเจษฯ เข้าไปด้วย ถือว่าเป็นลอดช่องที่ทุกคนกิน ของมันต้องมีอ...
-
เอ้...เนื้อหมูส่วนไหนกันนะที่เค้าเลือกมาใช้ในก๋วยเตี๋ยว??? ทุกคนเคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่าทำไม่เนื้อที่อยู่ในก๋วยเตี๋ยวนั้นคือส่วนไหน ทำไมถึงได้...
-
หลายคนก็คงสงสัยกันใช่ไหมคะว่าทำไมก๋วยเตี๋ยวเรือเค้าถึงเลือกใช้แต่ผักบุ้งไทย วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้วค่ะ มาดูกันเลยค่ะ.... ชาวไทยรู้จัก...





